บทที่ 8 กระต่ายในกรงเสือ
บทที่8
กระต่ายในกรงเสือ
ห้าแสน...
ดวงใจเม้มปากแน่น คิดคำนวณอยู่ในใจ ก่อนสายตาจะเหลือบไปมองฟ้าใสอีกครั้ง
เด็กคนนี้อยู่ต่อก็มีแต่สร้างภาระ ห้าแสนก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
“ตกลง!”
คำตอบของดวงใจดังขึ้นทันที
ฟ้าใสนิ่งงัน ใบหน้าหวานซีดเผือด หัวใจเหมือนแตกสลายลงตรงหน้า เมื่อได้ยินเต็มสองหูว่าตัวเองถูกคนที่เคารพรักดั่งแม่แท้ ๆ ขายให้คนอื่นราวกับเป็นสิ่งของไร้ชีวิต
กระทิงเหลือบมองเด็กสาวที่กำลังร้องไห้ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง
แทนที่จะเปิดแอปธนาคาร เขากลับกดเปิดเครื่องบันทึกเสียงเงียบ ๆ จากนั้นจึงวางโทรศัพท์ไว้ในมุมที่สามารถเก็บภาพและเสียงของสองแม่ลูกได้ชัดเจน
“ห้าแสนใช่ไหมป้า จ่ายแล้วจบเลยนะครับ ไม่มีมาเรียกเพิ่มทีหลัง”
กระทิงแสร้งถามย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เออ! จ่ายมาห้าแสน ฉันจะเซ็นเอกสารให้คุณดูแลฟ้าใสเอง แล้วฉันกับลูกจะไม่มายุ่งอีก!”
ดวงใจตอบ โดยไม่รู้เลยว่าทุกคำพูดกำลังถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
เมื่อแน่ใจว่าหลักฐานเพียงพอ กระทิงจึงเปิดแอปธนาคาร “เลขบัญชีครับ”
ดวงใจรีบบอกหมายเลขพร้อมเพย์ให้ทันที ชายหนุ่มตวัดนิ้วกดโอนเงินห้าแสนบาทโดยไม่ลังเล
ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของดวงใจ
“เงินเข้าครบแล้วนะครับ”
กระทิงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนมองสองแม่ลูกด้วยแววตาเย็นเยียบ “ส่วนคลิปกับเสียงที่คุยกันเมื่อกี้ ผมเก็บไว้หมดแล้ว...” แล้วรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ตั้งแต่วินาทีนี้ เธอจะอยู่ในความดูแลของผม ถ้าพวกคุณกลับมาเรียกร้องเงินหรือมาข่มขู่อีก ผมจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้ทนาย แล้วเจอกันที่โรงพักครับ”
สองแม่ลูกไม่ได้สนใจคำขู่แม้แต่น้อย พลอยใสรีบคว้าโทรศัพท์จากมือแม่เพื่อดูยอดเงิน ก่อนดวงตาจะเป็นประกายเมื่อเห็นตัวเลขห้าแสนบนหน้าจอ
“แม่! เงินเข้าแล้ว!”
ดวงใจรีบคว้าโทรศัพท์กลับไปดู ก่อนฉีกยิ้มด้วยความพอใจ “งั้นเราไปกันเถอะ”
ทั้งคู่ พากันเดินออกจากห้องรับรองไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองฟ้าใส ราวกับภาระที่แบกมานานได้ถูกส่งต่อให้คนอื่นเรียบร้อยแล้ว...
ในห้องรับรองเหลือเพียงความเงียบกับเสียงสะอื้นเบา ๆ ของหญิงสาว ฟ้าใสนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา น้ำตาไหลไม่หยุดกับความจริงที่ว่า คืนนี้เธอไม่เหลือใครให้พึ่งพาอีกแล้ว
ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้า
ฟ้าใสค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมบวมช้ำจากการร้องไห้สบเข้ากับชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังย่อตัวลงตรงหน้า
กระทิงยื่นกระเป๋าเป้พวงกุญแจหมีน้อยคืนให้เธอ
“ของเธอ”
ฟ้าใสรีบรับมากอดไว้แน่น ราวกับนี่เป็นสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่กับตัวเอง
“ขอบคุณค่ะ...”
“เลิกร้องได้แล้ว”
น้ำเสียงของเขายังทุ้มและติดห้วนเหมือนเดิม แต่ไม่ได้มีความรำคาญอย่างที่ฟ้าใสคิด แววตาคมที่มองมากลับนิ่งลงกว่าเดิม
กระทิงลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนเอ่ยสั้น ๆ
“ไปกัน”
ฟ้าใสชะงัก
“ไปไหนคะ...”
“บ้านฉัน”
เด็กสาวกอดกระเป๋าแน่นขึ้น สีหน้าลังเล
“แล้ว...ฟ้าต้องไปอยู่ที่นั่นในฐานะอะไรคะ”
กระทิงมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนตอบตรง ๆ
“เธอทำงานบ้านให้ฉัน แลกกับที่อยู่ ค่าอาหาร แล้วก็ค่าเรียน”
ฟ้าใสกะพริบตาปริบ ๆ
“แค่นั้นเหรอคะ”
“แล้วเธอคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรอีก...”
คำถามนั้นทำให้หญิงสาวรีบส่ายหน้า
“เปล่าค่ะ... ฟ้าแค่ถามให้แน่ใจ”
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าต้องไปอยู่กับคนแปลกหน้าโดยไม่รู้ว่าตัวเองต้องเจอกับอะไร
“แล้วที่บ้าน มีใครอยู่อีกบ้างไหมคะ”
ดวงตาคมเข้มหรี่มอง เหมือนประเมินความคิดอีกฝ่าย ก่อนจะยกยิ้มแล้วตอบไปอย่างคนอารมณ์ดีว่า “ก็มีแม่บ้านอีกคน... ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่ได้พาไปอยู่กับฉันสองต่อสอง หรือหากอยู่สองต่อสองจริง เธอเลือกที่จะไม่อยู่กับฉันได้ มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ”
ฟ้าใสเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าช้า ๆ แน่นอนว่าไม่มี... เธอคิดตอบอยู่ในใจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอถูกแม่เลี้ยงตราหน้าว่าเป็นเด็กที่เอาแต่กินอยู่ฟรี เป็นภาระของครอบครัว ทั้งที่เธอพยายามเรียนและช่วยงานบ้านมาตลอด
แต่คืนนี้... ผู้ชายที่เธอไม่รู้จักด้วยซ้ำกลับยื่นทางเลือกให้เธอทำงานแลกกับที่อยู่และค่าเรียน
อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ต้องรับความช่วยเหลือโดยไม่มีอะไรตอบแทน
ฟ้าใสสูดลมหายใจลึก แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟา
“ถ้าฟ้าทำงานแลกทุกอย่างได้... ฟ้าจะทำค่ะ”
กระทิงมองหญิงสาวตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง
“งั้นก็ไป”
ฟ้าใสรีบสะพายกระเป๋าแล้วเดินตามไป
เธอไม่รู้เลยว่าการก้าวออกจากห้องรับรองในคืนนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ และผู้ชายหน้าดุที่เธอเคยเหยียบเท้าใส่โดยไม่ตั้งใจ กลับกลายเป็นคนที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกันนับจากคืนนี้เป็นต้นไป...
